Site Statistics

  • Current Active Users7
  • Active Guests7
  • Active Registered0
  • Unique Visits Today105
  • Unique Visits Yesterday30
  • Visits This Week479
  • Visits Previous Week477

Mitsubishi lancer EX 2012รุ่น 2.0 GT และรุ่น 1.8 GLS Ltd. จอดที่หน้าสำนักงานใหญ่ สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือกระจังหน้าลายใหม่ ซึ่งในรุ่น GT รูปทรงคางหมู สีดำดูดุดัน

       ปฏิบัติการปรับลุค “มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่” ผลักดันยอดขาย เริ่มมาตั้งแต่ก่อนหน้างานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2011 เล็กน้อย และลูกค้าก็ให้การตอบรับอย่างดี ตัวเลขยอดขายปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นั่นน่าจะมาจากการใส่ออปชันเข้าไปให้แบบเต็มๆ ในขณะที่สมรรถนะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ที่สำคัญราคาในรุ่น 1.8 ลิตร ปรับลง 2-3 หมื่นบาท แม้รุ่น 2.0 GT จะปรับขึ้น 2 หมื่นบาท แต่ยังรู้สึกให้ความคุ้มค่า และยังต่ำกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันเสียอีก
       
       เพื่อตอกย้ำความคุ้มค่าของ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เวอร์ชั่นปี 2011 มิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทย จึงชักชวนสื่อมวลชนไปสัมผัสตัวเป็นๆ หลังจากแนะนำสู่ตลาดผ่านไป 2 เดือน ในรูปแบบสบายๆ ขับไปแวะชิม(ผลไม้)ไป บนเส้นทางปทุมธานี- สวนสน จ.ระยอง 
       แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ที่นำมาให้ลองขับเป็นรุ่นท็อป 2.0 GT และรุ่น 1.8 GLS Ltd. โดบจอดเรียงรายอยู่หน้าสำนักงานใหญ่ มองเห็นความแตกต่างชัดเจน สิ่งแรกย่อมเป็นกระจังหน้าลายใหม่ โดยในรุ่น GT รูปทรงคางหมูอันเป็นเอกลักษณ์ สีดำมีขนาดใหญ่ดูดุดัน ล้อมขอบด้วยโครเมียม เมื่อมองรวมกับด้านหน้าทรงจมูกฉลาม ทำให้รู้สึกเสมือนฉลามกำลังอ้าปากไล่งับเหยื่อยังไงยังงั้น ขณะที่รุ่น GLS ลดความดุดันลง ด้วยกระจังหน้าแบ่งขั้นกลางเป็นสองชั้น ด้วยแถบคาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ 
       
       แน่นอนเพื่อให้สมกับเป็นสายพันธุ์สปอร์ต จึงได้ใส่ชุดแต่งสปอร์ตเข้าไปรอบคัน ซึ่งในรุ่น GLS Ltd. เป็นการนำชุดแต่งจากโรงงานหยิบยืมมาจากรุ่น GT เวอร์ชั่นเดิมมาใส่เข้าไป แล้วตัวเองจัดเต็มกับชุดแต่งจาก Ralli Art รอบคัน ทั้งสเกิร์ตข้าง กันชนหลัง รวมถึงสปอยเลอร์ด้วย และเด่นกับไฟหน้าโปรเจกเตอร์แบบ Bi-Xenon ส่วนรุ่น GLS Ltd. ยังเป็นแบบฮาโลเจน 
       
       ทั้งสองรุ่นใส่ออปชันมาให้แบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจ KOS หรือ Keyless Operation System ที่ช่วยให้สามารถล็อก หรือปลดล็อกประตู และฝากระโปรงท้าย รวมไปถึงสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบป้องกันการโจรกรรมอิมโมบิไลเซอร์
       นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยระบบไฟสว่างอัตโนมัติ เมื่อปลดล็อกรถ (Welcome lighting) ซึ่งจะทำงานเมื่อกดปุ่มปลดล็อกบนกุญแจรีโมทคอนโทรล ไฟหรี่และไฟท้ายจะทำงานเป็นเวลา 30 วินาที และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Coming Home lighting) ซึ่งจะทำงานเมื่อหมุนสวิตซ์ชุดไฟหน้าไปที่ตำแหน่ง Off แล้วบิดสวิตซ์กุญแจไปที่ตำแหน่ง Lock ภายใน 60 วินาที ก่อนดึงก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัว และไฟต่ำจะทำงานเป็นเวลา 30 วินาที ช่วยให้สะดวกสบายในการเปิดไฟโรงรถหรือไขประตูบ้านยามค่ำคืน 
       
       การตกแต่งภายในของรุ่น GT จะเป็นโทนสีดำ คอนโซลหน้าแบบ Geometric ในขณะที่รุ่น GLS Ltd. มีให้เลือกทั้งโทนสีดำ พร้อมคอนโซลหน้าแบบ Geometric และโทนสีเบจ พร้อมคอนโซลลายไม้แบบ Dark Brown Wood และมีการติดตั้งชุดขอบและวงแหวนครอบสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิแบบโครเมียม เพิ่มฝาปิดช่องเก็บของด้านหน้า รวมไปถึงที่วางแก้วน้ำพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลกลางเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
       
       ในรุ่น GT ยังคงมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ และเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่ยิ่งขึ้นด้วยจอภาพระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางอัตโนมัติ และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GT 
       พร้อมกันนี้ยังมากับชุดอุปกรณ์ต่อพ่วง USB ในทุกรุ่น แต่ไม่ได้ติดตั้งไว้บนแผงคอนโซล ต้องลากสายที่ซ้อนอยู่ภายในช่องเก็บของด้านหน้าคนโดยสารมาเชื่อม ซึ่งทำให้ลำบากพอสมควร อย่างว่าออปชันเสริมที่เพิ่มเข้ามา ไม่ได้ออกแบบไว้แต่ต้น จุดนี้จึงไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ แต่หากดูความหวังดีก็คงต้องอนุโลมให้ 
       
       เมื่อได้เวลาล้อหมุนสัมผัสสมรรถนะบนท้องถนน “ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” เลือกรุ่นท็อป GT ตลอดการเดินทางขาไป ขุมพลังจากเครื่องยนต์ 4 สูบ MIVEC II 2000 ซีซี DOHC 16 วาล์ว ที่ภายให้ห้องเครื่องมีม้าอยู่ 154 ตัว ผ่านการควบคุมของระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ ที่ให้ความรู้สึกเดิมๆ ของความเร้าใจไม่เปลี่ยนแปลง แม้แรกๆ อาจจะแปลกหน่อย เพราะการออกตัวจะรู้สึกอืดนิดๆ แต่ก็เข้าใจได้กับสไตล์ของเกียร์ CVT ซึ่งหากค่อยๆ กดคันเร่งไล่รอบเครื่องยนต์ขึ้นไปเนียนๆ ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เท่านั้นแหละเหมือนม้าหลุดออกจากคอกเลย 
       
       ยิ่งแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 2.0 GT ปรับเซ็ตช่วงล่างแบบสปอร์ต ที่ให้ความหนึบหนับ เมื่อบวกกับยาง 215/45/R18 บนล้อแม็กขนาด 18 นิ่ง แบบ 10 ก้าน สี Dark Gray นอกจากจะเท่แล้ว เวลาควบคุมการขับขี่ ไม่ว่าจะเร่งแซง หรือเข้าโค้ง มันจึงได้อย่างใจยิ่ง ซึ่งแตกต่างจากรุ่น 1.8 GLS Ltd. ที่ปรับเซ็ตช่วงล่างให้นุ่มกว่า และมาพร้อมแก้มยางหนา 205/60/R16 ช่วยซับแรงกระแทก เพื่อให้นั่งสบายนุ่มนวลกว่า 

       ดังนั้นเมื่อย้ายก้นมาจากรุ่น GT มาขับรุ่น GLS Gtd. ในเวลาห่างกันไม่นาน จึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันชัดเจน ทั้งจากเครื่องยนต์ 1800 ซีซี MIVEC 16 วาลว์ 139 แรงม้า และการปรับเซ็ตช่วงล่างที่นุ่มนวล ความกล้าจากที่เคยทำในรุ่น GT จึงลดลงไปบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนุ่มปวกเปียก โยนตัว หรือออกอาการร่อนแถแต่อย่างใด มันยังรักษามาตรฐานการเป็นรถยนต์นั่งทั่วไปไว้ได้ดี ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของตัวมันเอง 
       
       นอกจากนี้ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ทั้งสองรุ่นยังมีอีกจุดที่ทำได้ดี เห็นจะเป็นเสียงเข้ามาในห้องโดยสาร ที่มิตซูบิชิได้ติดแผ่นซับเสียงเพิ่มเข้าไป หลังจากโดนตำหนิเรื่องเสียงพอสมควรในเวอร์ชั่นก่อน 
       
       สรุปมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใหม่ ออปชั่นที่ใส่เข้าไป ไม่เพียงเริ่ดขึ้นยังถือว่าคุ้มกับราคา และยิ่งคุ้มสุดๆ กับราคาที่ลดลงในรุ่น GLS ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะที่สมรรถนะยังเร้าใจเหมือนเดิม แต่จะเลือกเร้าใจขนาดไหน? เชิญเลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และกระเป๋าสตางก์...

 

 

ขอบคุณ : http://manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9540000073102